
ล็อกสเปกชื่อพี่ใหญ่เป็นจ่าฝูงพรรคแบบไร้คู่แข่ง
สลับบทจากอยู่เบื้องหลังมาคุมทัพหน้า คลุกโคลนการเมืองเต็มตัว ทีม “ลุงป้อม” รวบอำนาจบริหารงานก๊กพลังประชารัฐเบ็ดเสร็จ ล้างบางทีม 4 กุมาร เตรียมเดินเกมช็อตต่อไปเขย่าโผ ครม.
ตามกระแสข่าวลือที่ไล่มาติดๆว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขีดเส้นทุกพรรคส่งรายชื่อ ครม.ใหม่ในช่วงวันที่ 7-9 ก.ค.นี้
จงใจให้ฝุ่น ครม.ฟุ้งตลบอบอวลทั่วตึกไทยคู่ฟ้า
ในจังหวะที่ “ลุงตู่” ต้องรีบดับกระแส ประกาศเสียงดังฟังชัด ยังไม่ปรับ ครม.ช่วงนี้ สยบแรงกระเพื่อมระลอกใหม่ไม่ให้เกิดขึ้นไล่หลังคลื่นลูกเก่าที่เพิ่งหมดไป
อย่างน้อยก็ต้องทิ้งช่วงให้เสร็จการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ก่อน ค่อยมาว่ากัน
“บิ๊กตู่” ทอดเวลาเต็มที่ ไม่เร่งเครื่องปรับ ครม.ให้เสร็จภายในเดือน ก.ค.2563 ตามที่ถูกกลุ่มก๊วนต่างๆกดดัน โฉมหน้ารัฐมนตรีใหม่โดนลากยาวออกไปอีกยก
เซฟความรู้สึกก๊วน 4 กุมารไม่ให้เจออาฟเตอร์ช็อก เพิ่งเสียตำแหน่งบริหารในพรรคไปหมาดๆก็ต้องมาเสียเก้าอี้ ครม.ตามมาติดๆ
ทีม สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุ้นวีซ่าต่ออายุการทำงาน มีโอกาสฮึดสู้พิสูจน์ฝีมือต่อ แต่อาจเหลือโควตารัฐมนตรีติดไม้ติดมือ 1-2 เก้าอี้ ไม่ถูกล้างบางหมดสต๊อก
“บิ๊กตู่” เลือกเดินเกมถนอมน้ำใจทุกฝ่าย ถือหางทุกก๊วน ไม่หักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกินไป
ในภาวะที่ต้องบริหารอารมณ์ความรู้สึกมุ้งต่างๆให้ลงตัว ปล่อยทีม “ลุงป้อม” ยึดอำนาจในพรรคแต่ก็บล็อกไม่ให้รุกต่อเรื่องปรับ ครม. ส่วนทีม 4 กุมารถึงจะเสียฐานอำนาจในพรรค แต่ยังมีโอกาสได้ทำงานต่อ
“ลุงตู่” ขอสงวนสิทธิปรับ ครม.ไว้กับตัวคนเดียว
ไม่สนกลุ่มก๊วนต่างๆ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลที่พยายามเร่งปฏิกิริยาให้ปรับ ครม.โดยเร็วที่สุด ตามโผรัฐมนตรีที่มโนกันไปต่างๆนานา แม้กระทั่งพรรคเล็กก็ยังวางก้าม รวมกลุ่มต่อรอง ขอแชร์เก้าอี้รัฐมนตรี
ส่งชื่อ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ แย่งโควตากับพรรคพลังท้องถิ่นไทของ นายชัชวาลล์ คงอุดม ที่แพ็กกับพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยที่ชะเง้อคอรอโควตามานาน
พรรคเล็กก็ไม่มีใครยอมใครยื้อแย่งกันสุดฤทธิ์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
พรรคใหญ่ที่ตัวเต็งรัฐมนตรีแต่ละคนมีหน้าตักหนา ยิ่งต้องบู๊ ฟาดฟันกันหนักหน่วงกว่าหลายเท่า
โผขยับกันรายวัน สร้างกระแสปั่นราคากันไม่หยุด
แต่ละคนพยายามกระโดดเกาะโบกี้รัฐมนตรีที่อาจเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้าย หากรัฐบาล “ลุงตู่” ฝ่าฟันอุปสรรคต่อไปไม่ไหว ก็มีสิทธิยุบสภาฯ
เรื่องของเรื่องต้นตอมาจากธรรมชาติการเมืองแบบไทยๆที่ยึดระบบโควตา แต่ละพรรคการเมืองแบ่งแยกเป็นสารพัดมุ้ง ยิ่งพรรคใหญ่ยิ่งมีกลุ่มก๊วนมากมายสะสม ส.ส.ในมือ คอยกดดันแลกเก้าอี้รัฐมนตรี
กลุ่มใดมี ส.ส.ในมือมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มอำนาจต่อรองมากขึ้นเท่านั้น
ที่เห็นตัวอย่างชัดๆก็ค่ายพลังประชารัฐ จุดรวมพลบิ๊กเนมก๊วนต่างๆ ทั้งกลุ่มสามมิตร กลุ่ม กปปส. กลุ่มสี่กุมาร รวมไปถึงก๊วนภาคต่างๆ
เสือ สิงห์ กระทิง แรด เหล่าขาใหญ่เพ่นพ่านกันทั่วพรรค ถึงเวลาปรับ ครม.ก็ออกอิทธิฤทธิ์วัดพลังกันที ยึดโยงการแต่งตั้งรัฐมนตรีตามจำนวน ส.ส.แต่ละก๊วน ไม่ได้วัดความรู้ความสามารถในการทำงาน
โจทย์เบสิกที่ “ลุงตู่” รู้ปัญหาดี ขึ้นอยู่กับว่าจะกล้าก้าวข้ามการเมืองแบบเก่าๆหรือไม่ ยิ่งการปรับ ครม. รอบนี้ในภาวะสงครามโรคระบาดที่มีเศรษฐกิจประเทศเป็นเดิมพัน
ก็ยิ่งต้องชั่งน้ำหนักให้ดี วางตัวคนให้ลงล็อก เลือกใช้พวกมืออาชีพ ไม่ใช้มือสมัครเล่นตอบแทนทุนการเมือง
ถึงเวลาที่ “ลุงตู่” ต้องกล้าวางตัวรัฐมนตรีแบบ new normal ตัดเกรดคุณสมบัติ ครม.จากพวกของจริง ดูความรู้ ความสามารถ ให้เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง
มีแค่หลักการหรู แต่ปฏิบัติเหลว ก็พลิกโฉมประเทศไม่สำเร็จ!!!
ทีมข่าวการเมือง
June 26, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/2YwtWJw
หลักการหรูต้องคู่ปฏิบัติ - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog
No comments:
Post a Comment