Pages

Showing posts with label ต้อง. Show all posts
Showing posts with label ต้อง. Show all posts

Tuesday, September 29, 2020

"วัฒนา อัศวเหม" ส่งเอกสารขอรื้อคดีคลองด่าน อ้างต้องหนีเพราะ "ทักษิณ" - Sanook

apakabarharus.blogspot.com

ศรีสุวรรณ จรรยา หอบเอกสาร 2 ลัง เป็นตัวแทน "วัฒนา อัศวเหม" ส่งเอกสารขอรื้อคดีคลองด่าน

วันนี้ (29 ก.ย. 63) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำเอกสารจำนวน 2 กล่องยื่นให้คณะทำงานของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม เพิ่มเติม เพื่อขอรื้อฟื้นคดีทุจริตคลองด่านและกลับมาสู้คดีใหม่

นายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นายวัฒนา อัศวเหม กล่าวว่า วันนี้ตนได้นำเอกสารมายื่นเพิ่มเติมให้คณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากคณะทำงานฯ ขอให้ตนเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีทุจริตคลองด่านของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและศาลแขวงดุสิต เพื่อขอรื้อฟื้นคดี

ภายหลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนได้เคยมีหนังสือยื่นขอรื้อฟื้นคดีดังกล่าวมาแล้ว โดยคณะทำงานฯ จะนำเอกสารทั้งหมดไปตรวจสอบว่า คดีเข้าเงื่อนไขการขอรื้อฟื้นคดีหรือไม่ และมีพยานหลักฐานใหม่ที่เชื่อว่า สามารถหักล้างคดีเดิมได้ที่เคยไต่สวนกันมาแล้ว หรือมีพยานหลักฐานอื่น

ขณะนี้เรามีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร ที่เป็นคำร้องของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยกคำร้องข้อกล่าวหาและพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินที่ไปเดินสำรวจรังวัดที่ดินดังกล่าว รวมถึงผู้ที่เคยร้องเรียน นายวัฒนา กับ ป.ป.ช. ซึ่งพร้อมที่จะให้การเป็นคุณต่อนายวัฒนา

หลักฐานที่มีในขณะนี้น่าจะเพียงพอต่อการขอรื้อฟื้นคดีได้สำหรับรายละเอียดในทางคดี หลังจากนายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณารับคำร้องขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ซึ่งมีมติเห็นชอบให้รื้อคดีได้ ทางกระทรวงยุติธรรมจะเป็นผู้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีต่อศาล ซึ่งทางทนายก็จะยื่นคำร้องขอร่วมรื้อฟื้นคดีด้วย โดยรายละเอียดทั้งหมดจะไปว่ากันในชั้นศาล

“การพิจารณาขอรื้อฟื้นคดีตามระเบียบของกระทรวงยุติธรรมได้กำหนดระยะเวลาไว้ 60 วัน หากคณะกรรมการฯ มีมติให้รื้อฟื้นคดีนายวัฒนา ก็จะเดินทางกลับจากต่างประเทศ เพื่อมารายงานตัวต่อศาลและขอประกันตัวสู้คดี” นายศรีสุวรรณกล่าว

นอกจากนี้ นายวัฒนา จะขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณากรณีการหนีหมายจับของศาล โดยอ้างเหตุที่หลบหนีหมายศาลในช่วงนั้นว่า ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากเป็นช่วงที่นายทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจทางการเมือง และต้องการให้ควบรวมพรรคราษฎรของนายวัฒนา เข้ามารวมกับพรรคไทยรักไทยในขณะนั้น ซึ่งนายวัฒนาไม่ยอมจึงถือเป็นเหตุทางการเมืองด้วย ดังนั้น นายวัฒนาเห็นว่าหากยังอยู่ในประเทศไทย จะไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจหนีออกไป

ขณะเดียวกัน ได้ทราบจากญาติและครอบครัวว่า ปัจจุบันนายวัฒนามีสุขภาพแข็งแรง แต่คิดถึงบ้านเนื่องจากเดินทางไปมาระหว่างฮ่องกงและกัมพูชา ส่วนตัวตนได้โทรหารือข้อกฎหมายกับนายวัฒนา แต่ยังไม่เคยได้พบตัว ที่ผ่านมาก็ได้คุยกับนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม

Let's block ads! (Why?)


September 30, 2020 at 08:42AM
https://ift.tt/33gxdyU

"วัฒนา อัศวเหม" ส่งเอกสารขอรื้อคดีคลองด่าน อ้างต้องหนีเพราะ "ทักษิณ" - Sanook
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

รมช.ศึกษาธิการ ฟาดผู้บริหารสารสาสน์ฯ ลั่นวันนี้ต้องคุยชัดเจน อย่ามาแก้ตัวไปวันๆ - Sanook

apakabarharus.blogspot.com

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. นำทีมฟาดผู้บริหารสารสาสน์ฯ ปมครูทำร้ายเด็ก ลั่นไม่มีมวยล้ม ขออยู่ข้างผู้ปกครอง

วานนี้ (29 ก.ย.63) ที่โรงเรียนสารสานส์วิเทศราชพฤกษ์  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) คณะผู้บริหารของโรงเรียน พร้อมด้วย พ่อแม่ผู้ปกครอง เด็กนักเรียนอนุบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ชัยพฤกษ์  เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ ถึงแนวทางแก้ไข ช่วยเหลือ ป้องกัน และการดำเนินคดีกับครูจุ๋มรวมทั้งครูคนอื่นๆ ที่ร่วมกันทำร้ายเด็กนักเรียน โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเต็มที่

บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด มีการโต้เถียงกันตลอดเวลาระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองและฝ่ายบริหารของโรงเรียน  จน ดร.กนกวรรณ ต้องลุกขึ้นยืนชี้แจงด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมเอาเรื่องว่า เรื่องที่เกิดขึ้นยืนยันไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน ตนเองได้ให้เจ้าหน้าที่ในคณะทำงานที่รับผิดชอบตรวจสอบครูทุกคนในโรงเรียนว่าใครไม่มีใบประกอบวิชาชีพบ้าง และจะเรียกดูใบอนุญาตของโรงเรียน 

พร้อมกล่าวว่า ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) มีสิทธิ์ขอดูเอกสารของทางโรงเรียนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าตัวแทนโรงเรียนมีการรับรองอย่างถูกต้องจากทางผู้บริหารหรือไม่ เพราะไม่มีหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการมาในวันนี้ ถือว่าโรงเรียนไม่แสดงความจริงใจ ซึ่งทางโรงเรียนต้องรับผิดชอบทั้งหมด ทั้งผู้บริหารและผู้รับมอบอำนาจ

จากการตรวจสอบหนังสือคำสั่ง นางกนกวรรณ รมช.ศธ กล่าวว่า หนังสือคำสั่งที่ออกโดย นายไพบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ไม่ได้มีคำสั่งให้ผู้ที่มารับฟังข้อเรียกร้องจากผู้ปกครองเป็นผู้มีอำนาจ เพราะฉะนั้นถือว่ามีความผิด และถือว่าทางโรงเรียน รวมถึงเหล่าผู้บริหารไม่ได้แสดงความจริงใจที่จะมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะรับปากกับผู้ปกครองแต่จะมาแก้ตัวไปวันๆ อย่างนี้ไม่ได้ ดังนั้น ต้องมีการเชิญผู้มีอำนาจอย่างแท้จริงมาพูดคุยกันภายในวันนี้ (30 ก.ย.63) หากไม่มา โทษอะไรที่สามารถทำได้ ต้องลงโทษให้ถึงที่สุด

นางกนกวรรณ รมช.ศธ ยังได้กล่าวอีกว่า ตนเป็นรัฐมนตรีต้องอยู่เคียงข้างผู้ปกครอง ทั้งที่นี่และทั่วประเทศเพื่อให้มีความมั่นคง เรียกเสียงปรบมือจากผู้ปกครองได้อย่างกึกก้อง

ซึ่งมีรายงานแจ้งอีกว่า ขณะนี้มีผู้ปกครองที่อยู่ในชั้นเรียนของครูจุ๋ม แจ้งความประสงค์ ขอย้ายลูกหลานตนเอง เกือบ 50% แล้ว นอกจากนี้ยังยื่นข้อเสนอคืนค่าเทอม ทั้งหมดที่จ่ายไปและยังต้องเยียวยาเด็กๆ ที่ถูกทำร้ายด้วย แต่จะขอรับฟังรับทราบแนวทางในการจัดการกับสถานศึกษา การจัดการเอาผิดกับครูที่ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ไม่มีจริยธรรมความเป็นครู และ ต้องการรับทราบถึงแนวทางการเยียวยา โดยจะมีการสรุปหารือแนวทางต่างๆ อีกครั้งในวันนี้ 30 ก.ย.63 ที่กระทรวงศึกษาธิการ เวลา 09.00 น.

Let's block ads! (Why?)


September 30, 2020 at 07:33AM
https://ift.tt/33jullf

รมช.ศึกษาธิการ ฟาดผู้บริหารสารสาสน์ฯ ลั่นวันนี้ต้องคุยชัดเจน อย่ามาแก้ตัวไปวันๆ - Sanook
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Sunday, September 27, 2020

'ปรับเปลี่ยน' ไม่พอต้อง 'ปฏิรูป' - โพสต์ทูเดย์ work-life-balance - โพสต์ทูเดย์

apakabarharus.blogspot.com

การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : องค์กรจะยั่งยืน มิใช่แค่การปรับเปลี่ยน แต่มันต้องปฏิรูป

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ เปลี่ยนแปลงอย่างท้าทายความสามารถมนุษย์อยู่ตลอดเวลา องค์กรที่จะอยู่รอดต้องปรับตัว หาไม่ต้องล่มสลาย ผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 นั้นรุนแรง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตอย่างเป็นวงกว้างทั่วโลก เป็นสัญญาณเตือนให้เราตระหนักว่า แนวคิดการพัฒนาคนและองค์กรให้ยั่งยืนนั้น ต้องก้าวข้ามจากมุมมองของแค่การปรับเปลี่ยน (Change) มาเป็นการปฏิรูป (Transformation)

คำถามที่สำคัญคือ เราต้องปฏิรูปอะไร อย่างไร องค์กรจึงจะอยู่รอด และอยู่อย่างมีคุณค่า

1.การยกระดับจากการขายสินค้าหรือบริการ มาเป็น “การสร้างคุณค่า” ให้กับผู้บริโภค

เพราะเป้าหมายขององค์กรคือความอยู่รอดอย่างยั่งยืน ดังนั้น ในการดำเนินงาน องค์กรจึงต้องยกระดับจากการพัฒนาหรือปรับปรุงสินค้าและบริการ เพียงเพื่อเพิ่มยอดขายหรือเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าอย่างผิวเผิน มาเป็น “การสร้างคุณค่า” ให้เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคอย่างจริงจัง

2.การปรับมุมมองจากการพัฒนา “คน” มาเป็นการพัฒนา “มนุษย์”

เพราะองค์ประกอบสำคัญขององค์กรคือมนุษย์ มนุษย์มีชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น การบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืนจึงต้องก้าวข้ามจากการพัฒนาคน มาเป็นการยกระดับ “คุณค่าของความเป็นมนุษย์” เพระมันให้ความหมายที่สูงกว่า และ ณ จุดนี้เท่านั้นที่มนุษย์จะสามารถระเบิดศักยภาพภายในออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองได้ เพื่อสร้างการนำตนเอง เล่นเชิงรุก

3.การพลิกมุมมองจาก “การพัฒนาเชิงเดี่ยว” มาเป็น “การพัฒนาเชิงองค์รวม”

เพราะที่ผ่านมา การพัฒนาองค์กรไม่ยั่งยืนนั้นเป็นเพราะสาเหตุหนึ่งก็คือ การพัฒนาดังกล่าวยังยึดติดอยู่กับกรอบแนวคิดการพัฒนาแบบแยกส่วน เราจึงต้องปรับมุมมองต่อการพัฒนาองค์กรเสียใหม่ ให้หลุดออกจากมุมมองที่คับแคบ เชิงเดี่ยว มาเป็น “มุมมองเชิงองค์รวม” ครอบคลุมทุกมิติชีวิต คือ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ

4.ต้องก้าวข้ามจากการพัฒนาเพื่อ “ความมีประสิทธิภาพ” มาเป็นการพัฒนาเพื่อ “ความยั่งยืน”

เพราะชีวิตมีมิติของเวลา มันดำเนินไปอย่างสืบเนื่องเชื่อมโยงอย่างเป็นสายเป็นกระแส ดังนั้น การพัฒนาจึงต้องก้าวข้ามจากเพียงเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่คับแคบ มาเป็นการพัฒนาในมุมมองที่กว้างไกลอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่าง “สมดุล เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืน”

5.การยกระดับการเปลี่ยนแปลงจากแค่ “การปรับพฤติกรรม” มาเป็น “การพัฒนาที่ฐานรากชีวิต”

เพราะความยั่งยืนไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยการปรับแต่งพฤติกรรมซึ่งเป็นเรื่องผิวเผิน ฉาบฉวย แต่ต้องเป็นการปรับเปลี่ยนที่ฐานรากชีวิต นั่นคือ “กรอบความคิด” ด้วยการปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเสียใหม่เชิงบวก เห็นตนเองมีค่า สร้างความมั่นคงเข้มแข็งภายใน มีภูมิต้านทาน เพื่อดึงศักยภาพภายในออกมาให้สามารถนำตนเองเพื่อเล่นเชิงรุกได้อย่างแท้จริง อีกทั้งปรับมุมมองที่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง เพื่อดึงศักยภาพทีมงานออกมาอย่างมีพลังร่วม ให้เป็นหนึ่งเดียว

6.การปรับสมดุลของทั้ง “Hard Skills” และ “Soft Skills”

สาเหตุหลักประการหนึ่งขององค์กรที่ไม่ยั่งยืนก็คือ การขาดความเข้าใจว่าองค์กรมีชีวิตที่ประกอบด้วยทั้งส่วนที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม องค์กรส่วนใหญ่จึงเน้นแต่การพัฒนาความสามารถด้านเทคนิคและการบริหารจัดการ แต่ละเลยการพัฒนาความสามารถด้านทักษะชีวิตที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การพัฒนาองค์กรให้มั่นคงยั่งยืนจึงต้องเป็นการสร้างความสมดุลของการพัฒนาทั้งด้านเทคนิคและทักษะชีวิต หรือทั้ง “Hard Skills” และ “Soft Skills”

7.“ผลลัพธ์สุดท้าย” ไม่สำคัญเท่า “กระบวนการเรียนรู้”

องค์กรที่เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืน ต้องเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และองค์กรแห่งการเรียนรู้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการลอกเลียนแบบหรือเน้นแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ต้องมาจากความมุ่งมั่นต่อการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองซึ่งเกิดจากมุมมองเชิงระบบที่ว่า “ปัญญา องค์ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ใดๆ เกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง”

8.การรับมือกับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพต้องสร้าง “นวัตกรรม” ผ่าน “แนวคิดเชิงระบบ”

เพราะการแก้ปัญหาให้ได้ผลไม่สามารถจัดการได้ด้วยมุมมองเส้นตรงเชิงเดี่ยว แยกส่วน แต่ต้องเป็นการเปิดมุมมองใหม่ว่า ความท้าทายใดๆ ที่ผ่านเข้ามานั้น มันล้วนมีธรรมชาติของ “ความเป็นระบบ” ซึ่งเกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ดังนั้น ในการแก้ปัญหา จึงจำเป็นต้องหาว่าอะไรคือองค์ประกอบหลักที่มีส่วนต่อปัญหาดังกล่าว แล้วปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงเสียใหม่ให้หลากหลาย เพื่อให้ได้เป็นทางเลือกที่แตกต่าง ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจที่สูงกว่า และเราเรียกสิ่งนี้ว่า “ความคิดสร้างสรรค์”

9.การรับมือปัญหาอย่างยั่งยืนต้องปรับมุมมองจาก “มุมมองเชิงเดี่ยว” มาเป็น “มุมมองเชิงซ้อน”

เพราะนอกจากการพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เราจำเป็นต้องเข้าใจว่า ปัญหาใดๆ ก็ตามล้วนเป็น “ปัญหาระบบเชิงซ้อน” มันเป็นระบบซ้อนระบบปัญหาต่างๆจึงทับซ้อนกันและถูกถักทอหลอมรวมเชื่อมโยงและส่งผลซึ่งกันและกันอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องเป็นการพิจารณาเชิงระบบที่ทับซ้อนกันทั้งแนวราบและแนวลึก

10.ที่สุดของการพัฒนาบุคลากรคือ “การพัฒนาความสามารถในการนำตนเองเชิงรุก”

ประเด็นสำคัญเรื่องหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรคือ การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ มีความเชื่อมั่น ภายในเข้มแข็ง มีภูมิต้านทาน ไม่หวั่นไหว รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสมเมื่อมีเหตุการณ์ใดๆ เข้ามากระทบ เพื่อสร้างความสามารถในการนำตนเองเชิงรุก ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงได้ บุคคลต้อง “เห็นคุณค่าตนเอง” เท่านั้น

11.การสร้างองค์กรให้เป็นเอกภาพต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนฐานของ “คุณค่ามนุษย์”

เพราะ “ภาวะผู้นำ” มิใช่ “ตำแหน่งผู้นำ” ตำแหน่งผู้นำเป็นเรื่องที่แต่งตั้งกันได้ แต่ภาวะผู้นำต้องเกิดจากการยอมรับเท่านั้น และการยอมรับจะเกิดขึ้นได้ เขาเหล่านั้นต้องได้รับการยอมรับก่อนในรูปของการเข้าใจและยอมรับในตัวตน มันคือการก้าวข้ามของ “การมองคนให้เป็นมนุษย์” เพราะมนุษย์มีชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย และ “ใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” ด้วยการยอมรับจากบุคคลรอบข้างนี้เอง ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้น และเมื่อต่างฝ่ายต่างยอมรับซึ่งกันและกัน ผู้นำจึงจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างทีมงานให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ นำพาองค์กรสู่ความมั่นคงยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

12.ชีวิตคือการเรียนรู้ การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงต้องเป็น “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”

เพราะชีวิตเป็นกระบวนการสืบเนื่องเชื่อมโยงในทุกขณะ และทุกขณะนั้นคือการเรียนรู้ การเรียนรู้จึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นสายเป็นกระแส ดังนั้น “ชีวิตคือกระบวนการเรียนรู้โดยตัวของมันเอง”

“การเรียนรู้ที่แท้จริงจึงเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต” องค์กรที่ยั่งยืนจึงต้องเสริมสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

13.เปลี่ยนใครไม่สำคัญเท่า “เปลี่ยนที่ตนเอง”

เพราะธรรมชาติไม่เคยหยุดนิ่งอ่อนไหวซับซ้อนและคลุมเครือบุคลากรจึงต้องปรับตามเพื่อความอยู่รอดและการเปลี่ยนแปลงใดๆทุกคนในองค์กรต้องเข้าใจก่อนว่าต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอ

...ความท้าทาย ปัญหา ไม่มีวันหมด มันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากจะยั่งยืนแค่ปรับเปลี่ยนไม่พอ มันต้องปฏิรูป!!

Let's block ads! (Why?)


September 28, 2020 at 07:28AM
https://ift.tt/2EElxgb

'ปรับเปลี่ยน' ไม่พอต้อง 'ปฏิรูป' - โพสต์ทูเดย์ work-life-balance - โพสต์ทูเดย์
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Saturday, September 26, 2020

โพลชี้ทางออกความขัดแย้ง รัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช้ความรุนแรง! - thebangkokinsight.com

apakabarharus.blogspot.com

“สวนดุสิตโพล” เปิดผลสำรวจ “ระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง” ชี้รัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่สองมาตรฐาน

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,263 คน สำรวจระหว่างวันที่ 23 – 25 กันยายน 2563 พบว่า 91.87% เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องช่วยกันหาทางออกของความขัดแย้ง โดยรัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ 88.44% ไม่ใช้ความรุนแรง 87.57% ไม่สองมาตรฐาน 82.03% คน/กลุ่มที่ควรเป็นผู้นำในการหาทางออก คือ แกนนำ ตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ 27.40% นายกฯ 26.77% ประชาชน 24.37% และเห็นว่าการหาทางออกครั้งนี้น่าจะสำเร็จ 75.12%

จากผลการสำรวจ ประชาชนเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งสามารถแก้ไขได้หากมีความจริงใจในการรับฟัง ปฏิบัติกับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกพรรคด้วยมาตรฐานเดียวกัน ให้แกนนำ ตัวแทนทุกกลุ่มมาเจรจาหาทางออกร่วมกัน หากต้องการแก้ปัญหาจริงความขัดแย้งของชาติ ณ วันนี้ ต้องแก้ไขได้สำเร็จอย่างแน่นอน

ด้าน นางสาวเอกอนงค์ ศรีสำอางค์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและงานวิจัย โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่องระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง พบว่าประชาชนต่างมีความเห็นเป็นเสียงส่วนใหญ่ว่าถึงเวลาแล้วที่เราประชาชนคนไทยต้องช่วยกันหาทางออกความขัดแย้ง ซึ่งทางออกที่ควรดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ รัฐบาลต้องเปิดโอกาสรับฟังประชาชนและทุกภาคส่วนด้วยความจริงใจ

ต้องไม่ใช้ความรุนแรงในการเข้าแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอันจะนำไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงเฉกเช่น ช่วงพฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ประการรองลงมาที่รัฐบาลควรดำเนินการคือ การปฏิบัติงานต่างๆ ต้องไม่ใช้วิธีการสองมาตรฐาน หากรัฐบาลมีการทำงานตามที่กล่าวมาทั้ง 2 ประการ ย่อมแสดงให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเห็นถึงความจริงใจ ปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาลก็น่าที่จะนำไปสู่การลดปัญหาความขัดแย้งลงได้

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเป็นแนวร่วมในการช่วยกันหาทางออกควรจะเป็นแกนนำ ตัวแทนกลุ่มต่างๆ ทุกภาคส่วน นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำประเทศ และขาดไม่ได้เลยในการช่วยกันหาทางออกในความขัดแย้งคือ “ประชาชน คนไทย ทุกคน” ที่ต่างต้องมองไปในทิศทางเดียวกันว่าประเทศไทยเป็นของชนชาวไทยทุกคน เราต้องร่วมกันฟันฝ่าหาทางออกครั้งนี้ให้สำเร็จโดยสันติวิธี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)


September 27, 2020 at 09:26AM
https://ift.tt/2GdoS6l

โพลชี้ทางออกความขัดแย้ง รัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช้ความรุนแรง! - thebangkokinsight.com
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

เด็กๆ ใช้ “แอปเปิล วอทช์” ได้ไม่ต้องมีไอโฟน - ไทยรัฐ

apakabarharus.blogspot.com

การใช้งานในคุณสมบัติดังกล่าวได้จะต้องเป็นแอปเปิล วอทช์ ซีรีส์ 4 รุ่นรองรับเซลลูลาร์หรือใหม่กว่า พร้อมอัปซอฟต์แวร์ Watch OS7 ส่วนไอโฟนของผู้ปกครองจะเป็นไอโฟน 6 หรือใหม่กว่า พร้อมอัปซอฟต์-แวร์เป็น iOS14

เพียงเท่านี้บุตรหลานก็สามารถใช้งานแอปเปิล วอชท์ได้ครบทุกคุณสมบัติ โดยเฉพาะการโทรศัพท์กับเบอร์ส่วนตัว จะมี Apple ID ก็ได้หรือไม่มีก็ได้ แต่ผู้ปกครองต้องทำการเช็กกับผู้ให้บริการมือถือเครือข่ายว่ามีบริการแพ็กเกจอะไรบ้างสำหรับการจับคู่ใช้แอปเปิล วอชท์ให้บุตรหลาน

คุณสมบัติการตั้งค่าครอบครัวนี้ผู้ปกครองเป็นผู้ควบคุมการใช้งานของบุตรหลานผ่านไอโฟน แต่เด็กๆ ก็มีความเป็นส่วนตัวที่จะอนุญาตให้ผู้ปกครองตั้งค่าผ่านหน้าปัดนาฬิกาของตนก่อน

จุดสำคัญที่สุดก็คือการตั้งค่า Schooltime หรือเวลาเรียน เพื่อการหยุดทำงาน ให้เด็กๆโฟกัสไปที่การเรียน เราจะสามารถตั้งได้อย่างละเอียดว่าวันไหน เวลาใด หรือทุกวัน เวลาเหมือนกัน ต่างกันได้หมด เช่น ตั้งค่าไปโรงเรียนทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. ในเวลานี้ไม่สามารถใช้งานในหลายคุณสมบัติของนาฬิกาได้

แต่เมื่อจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ บุตรหลานก็ใช้ได้เพียงแค่หมุนปุ่ม “ดิจิทัล คราวน์” เพื่อออกไปใช้งาน ซึ่งผู้ปกครองจะทราบทันทีว่าถูกเปิดใช้งานในช่วงเวลาไหน นานเท่าไร

การควบคุมการตั้งค่ารายชื่อบุคคลในโทรศัพท์ได้ จำกัดเฉพาะคนที่รู้จัก การติดตามตำแหน่งของบุตรหลานว่าอยู่ที่ไหนได้ตลอดเวลา หรือให้แจ้งเตือนเวลาอยู่ในสถานที่ไม่คาดคิดหรือถึงบ้านแล้วผ่านแอปค้นหา

การตั้งค่าติดต่อฉุกเฉิน หรือ Emergency Contacts ให้ใส่รายละเอียดพ่อ แม่ พี่น้อง หรือญาติได้หมด การตั้งค่า Medical ID ขั้นตอนนี้สามารถใส่รูปถ่าย รายละเอียดทางด้านสุขภาพ โรคประจำตัว การแพ้อาหาร

สำหรับผู้ปกครองที่กลัวว่าเด็กๆจะโหลดแอปหรือซื้อหนังสือ บางแอปจะต้องจ่ายเงินนั้นไม่เป็นปัญหาเพราะในการตั้งค่าช่วงแรกจะให้ระบุว่ายินยอมให้เด็กๆจ่ายหรือไม่

วิธีการจับคู่ระหว่างไอโฟนกับแอปเปิล วอทช์ของบุตรหลานมี 7 ขั้นตอน แต่ไม่ยุ่งยากเพียงทำตามขั้นตอนไปทีละขั้นๆ เพียงแค่นี้บุตรหลานก็สามารถใช้แอปเปิล วอทช์ โดยไม่ต้องมีไอโฟนได้ และใช้งานได้ครบไม่ว่าจะโทรศัพท์หาพ่อแม่ ส่งข้อความ สื่อสารผ่านแอป Walkie-Talkie ก็สื่อสารได้เร็วและสะดวก สตรีมเพลง ถามกับ Siri ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือใช้งานวัดความฟิตที่ตั้งค่าได้ตามความต้องการ

ในแอป Memoji ใหม่ได้เพิ่มให้ลูกหลานปรับแต่งให้เข้ากับบุคลิกหรือตามความชอบที่ต้องการจะตั้งเป็นหน้าปัดนาฬิกาของตนเองก็ได้หรือส่งเป็นสติกเกอร์ในแอปข้อความก็ได้

หลังจากทดลองใช้คุณสมบัตินี้มาสัปดาห์หนึ่ง รู้สึกว่า ลูกหลานอยู่ในสายตาตลอดเวลา โดยเฉพาะระหว่างเดินทางไปโรงเรียนและกลับบ้าน ทำให้อุ่นใจได้มากขึ้น.

Let's block ads! (Why?)


September 27, 2020 at 09:01AM
https://ift.tt/340Exhv

เด็กๆ ใช้ “แอปเปิล วอทช์” ได้ไม่ต้องมีไอโฟน - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Friday, September 25, 2020

อย่างที่บอก! สระราวุฒิ : "ท่าเรือยังไงก็ต้อง 3 แต้มที่ตราด" - Goal.com

apakabarharus.blogspot.com

กุนซือสิงห์เจ้าท่า ประกาศเกมบุก ตราด ต้อง 3 แต้ม เพื่อเรียกความมั่นใจนักเตะกลับมา

สระราวุฒิ ตรีพันธ์ กุนซือการท่าเรือ เอฟซี ยืนยันแมตช์ประเดิมคุมทัพ สิงห์เจ้าท่า ต้อง 3 แต้มเท่านั้น เพื่อเรียกขวัญผู้เล่น และความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้งในเกมโตโยต้า ไทยลีก 2020-21 ที่จะบุกเยือน ตราด เอฟซี วันที่ 26 กันยายน นี้

เฮดโค้ชวัย 40 ปี เพิ่งถูก สิงห์เจ้าท่า ดึงกลับมาร่วมงานอีกครั้งในฐานะกุนซือใหญ่ หลังก่อนหน้านี้เคยรับตำแหน่งผู้ช่วยเฮดโค้ชยุค โชคทวี พรหมรัตน์ มาแล้วในฤดูกาล 2019 ซึ่งในเกมกับ ช้างขาวจ้าวเกาะ ถือเป็นการคุมทีมนัดแรกอย่างเป็นทางการ

"อย่างที่บอกผมเข้ามาใหม่ยังไงก็ต้องสตาร์ท 3 แต้ม เพื่อเรียกขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของนักเตะให้กลับมาให้ได้”

“เกมนี้เราจะเน้นเรื่องของแทคติก แต่ก็ต้องดูที่อากาศในวันแข่งด้วย ส่วนความพร้อมของทีมนั้นถือว่าเต็มร้อยครับ” เฮดโค้ช สิงห์เจ้าท่า กล่าวสั้นๆ

สำหรับ การท่าเรือ เอฟซี จะพบกับ ตราด เอฟซี ในวันที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 19.00 น. ที่ สนามกีฬากลางจังหวัดตราด 

Let's block ads! (Why?)


September 25, 2020 at 08:04PM
https://ift.tt/368KjAo

อย่างที่บอก! สระราวุฒิ : "ท่าเรือยังไงก็ต้อง 3 แต้มที่ตราด" - Goal.com
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Thursday, September 24, 2020

เกียร์อัตโนมัติ ความสบายที่ต้องใช้ให้เป็น อ่าน วิธีขับรถเกียร์ออโต้เพื่อแซงรถช้า - ไทยรัฐ

apakabarharus.blogspot.com

เกียร์อัตโนมัติ เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ลดภาระของคนขับ ไม่ต้องมานั่งเหยียบแป้นคลัตช์ยัดเกียร์เอง แค่ใส่เกียร์ D รถก็สามารถขับเคลื่อนไปจนถึงที่หมาย เมื่อขับในเมือง ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ความสะดวกสบายของเกียร์ออโต้ ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการขับขี่ที่ต้องวิ่งๆ หยุดๆ ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง

ตำแหน่งเกียร์อัตโนมัติ

P เกียร์จอดแบบเข็นไม่ได้
N เกียร์ว่าง รถสามารถเข็นได้ ใช้จอดเมื่อต้องจอดรถบังทางออกรถคันอื่น
D เกียร์ขับเคลื่อนเดินหน้า
D1 - D2 หรือ L เกียร์ต่ำใช้ขับลงทางลาดชัน หรือทางขึ้นลงเขาสูงชัน

การทำงานของเกียร์ออโต้นั้น เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของรถ และน้ำหนักจากการเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์สำหรับเร่งความเร็ว หากคุณเหยียบคันเร่งอย่างแรงและเร็ว รอบเครื่องยนต์ก็จะเพิ่มขึ้น สวนทางกับตำแหน่งเกียร์ที่เปลี่ยนลงต่ำ หรือที่เรียกว่าการคิกดาวน์ การเหยียบคันเร่งเพื่อแซงรถช้าในรถเกียร์อัตโนมัติยุคใหม่ มักจะมีการตอบสนองที่ดี ไม่ว่ารถคันนั้นจะเป็นรถบ้านหรือรถสปอร์ต

เมื่อขับรถบ้านราคาไม่ถึงล้านหรือล้านนิดๆ การตอบสนองต่อการเร่งความเร็วของเกียร์ออโต้อาจไม่รวดเร็วเท่ากับรถสปอร์ตที่มีแรงม้าเยอะกว่า เนื่องจากเครื่องยนต์มีความจุไม่มาก มีแรงม้าแรงบิดแค่พอใช้งาน เกียร์ออโต้ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเกียร์แบบใด แม้แต่เกียร์สายพานพูเล่ย์ CVT ก็มีการตอบสนองต่อการเร่งความเร็วได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากกว่าเกียร์ออโต้ยุคเก่า ยิ่งเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์ความจุเยอะ แรงม้าเพียบ ซึ่งมักจะติดตั้งระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพ มีอัตราทดที่เหมาะสมกับกำลังของเครื่องยนต์ตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด หรือระบบเกียร์ที่มีคลัตช์สองชุด เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบอื่น เกียร์ลูกหนึ่งอาจมีราคาค่าตัวเกือบล้าน หรือมากกว่านั้น การแซงรถช้า หากมีระยะที่ปลอดภัยมากพอ จากประสิทธิภาพในการถ่ายเทกำลังในรูปของแรงบิด การเร่งความเร็วเพื่อแซง สามารถกระทำได้อย่างง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

ปกติเรามักจะคาเกียร์ออโต้ในตำแหน่ง D หากขับในเมือง ขับบนเส้นทางราบเรียบ ไม่มีทางขึ้นเนินลงเขา ที่ต้องเปลี่ยนเกียร์ช่วย ถึงจะเป็นเกียร์ออโต้ก็ตาม ในสภาพการณ์ปกติเมื่อไม่ต้องการเปลี่ยนเกียร์เองก็แค่โยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง D แต่โอกาสที่คุณอาจต้องการการเปลี่ยนอัตราทดเพื่อเร่งความเร็วก็เกิดขึ้นได้เสมอ

กดคันเร่งลงจนสุดเพื่อแซง หรือคิกดาวน์

คือการกดคันเร่งเพื่อให้เกียร์เปลี่ยนจากเกียร์สูงลงมาเป็นเกียร์ที่ต่ำกว่าเพื่อเรียกแรงบิดสำหรับการเร่งแซง แค่กดเท้าขวาลงไปบนคันเร่งจนสุด เกียร์จะเปลี่ยนลงต่ำให้ เร็วบ้าง ช้าบ้าง อยู่ที่ระบบเกียร์และราคาค่าตัวของเกียร์ลูกนั้น หลังจากแซงพ้นก็ยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง เกียร์จะปรับอัตราทดขึ้นไปสู่เกียร์สูง ตามความเร็วของรถที่เพิ่มขึ้น

รถบางรุ่นมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ ก็แค่กดไปที่ตำแหน่งลบ เพื่อลดเกียร์ลงหนึ่งตำแหน่งสำหรับการเร่งความเร็วเพื่อแซง แต่บางครั้งเกียร์ที่ติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์ จะมีเซนเซอร์คอยป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกียร์ต้องรับภารกรรมหนัก ซึ่งทำให้อายุการใช้งานหดสั้นลง

การถนอมเกียร์ก็ไม่ควรขับแบบคิกดาวน์บ่อยๆ เครื่องยนต์และเกียร์ต้องทำงานอย่างหนักเมื่อคุณขับแบบเร็วจี๋ แซงทุกอย่างที่ขวางหน้า เกียร์อาจไม่พังทันตาเห็น แต่การขับในลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง ก็ทำให้ระบบเกียร์เกิดการสึกหรอมากกว่าการขับปกติ ยิ่งน้ำมันเกียร์ไม่ค่อยอยากจะเปลี่ยนด้วยแล้ว พอเกียร์มีอุณหภูมิการทำงานสูงขึ้นก็จะสึกหรอเร็วขึ้นเป็นเงาตามตัว ขับแบบเรื่อยๆ ค่อยๆ ไป ไม่เปลี่ยนเกียร์เล่น หรือใช้รอบเครื่องสูงต่อเนื่องยาวนานบ่อยครั้ง เครื่องกับเกียร์จะอยู่รับใช้ไปนานแสนนาน แถมยังถูกกฎจราจรและทำให้ปลอดภัยอีกด้วย

สำหรับการขับรถเกียร์อัตโนมัติบนเส้นทางภูเขา รถเกียร์ออโต้บางรุ่นไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift มาให้ คันเกียร์ก็ไม่สามารถโยกผลักไปยังตำแหน่งชิฟเกียร์เองหรือเปลี่ยนเข้าสู่โหมดเกียร์แมนนวลได้ ก็ให้โยกลงมาจากตำแหน่ง D ไปที่ S ส่วนตำแหน่ง L นั้นใช้ขับบนเส้นทางภูเขาสูงชัน จะเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากเป็นเกียร์ต่ำ

ส่วนรถเกียร์ออโต้ที่มีตำแหน่งแมนนวลแต่ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ก็ให้โยกผลักคันเกียร์ในตำแหน่ง +/- เพื่อลดหรือเพิ่มอัตราทดด้วยตัวของคุณเองไปตามสภาพเส้นทาง เมื่อขับลงเขาลาดชันก็ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อไม่ทำให้รถแล่นลงเขาเร็วมากจนเกินไป ด้วยการใช้เกียร์ช่วยลดความเร็ว เมื่อจะแซง ดูระยะแซงให้ปลอดภัย ไม่ไปรบกวนรถคันอื่นขณะทำการแซง การใช้เท้ากดคันเร่งจนสุดแบบคิกดาวน์ในรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ เป็นวิธีแซงที่ง่ายที่สุด ข้อสำคัญก็คือ ระยะของการแซง ที่ต้องมากพอ ไม่แซงในระยะกระชั้นชิด หรือแซงแล้วต้องไปปาดหน้ารถที่แซง 

ขับรถเกียร์ออโต้ เมื่อต้องการที่จะแซงรถช้า ไม่ควรแซงตามติดรถคันข้างหน้า ให้รถคันหน้าแซงไปก่อน แล้วมองให้แน่ใจว่าไม่มีรถแล่นสวนมา ก็สามารถแซงได้ เมื่อจะแซงและตำแหน่งของเกียร์อยู่ที่ D ให้กดคันเร่งลงจนสุด ก่อนเริ่มต้นการแซงรถช้า ควรตัดสินใจให้ดี ดูให้แน่ใจ ให้ขึ้นอยู่กับความปลอดภัยเป็นหลัก หากมีรถแล่นสวนมาแล้วไม่แน่ใจก็อย่าแซงออกไปเด็ดขาด ไม่แซงข้ามเส้นทึบซึ่งอันตรายมาก ไม่แซงใกล้จุดกลับรถ ไม่แซงรถช้าบริเวณใกล้ทางแยกทางร่วม รถที่มีความจุเครื่องยนต์ไม่มาก ไม่มีระบบอัดอากาศ มีอัตราเร่ง 0-100 ล่อไป 12-14 วินาที ต้องกะระยะเผื่อให้ดีๆ และระวังให้จงหนักโดยเฉพาะรถอีโคคาร์ที่มีเครื่องยนต์ตัวเล็กเกียร์ออโต้ในรถที่มีกำลังเครื่องยนต์ไม่มาก ต้องมีการเผื่อระยะของการแซงมากกว่าปกติ 

การเลื่อนคันเกียร์เพื่อลดอัตราทดเมื่อต้องการจะแซง ก็แค่ลดเกียร์ลงมา 1 ตำแหน่ง ขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วบนอัตราทดของเกียร์ D4-D5 ก็ลดลงมาหนึ่งตำแหน่ง แล้วดันกลับไปที่ D เมื่อแซงพ้นเรียบร้อย การเลื่อนคันเกียร์หรือการคิกดาวน์ในรถยนต์ยุคใหม่ มีความนิ่มนวลไม่กระตุกกระชากเหมือนเกียร์ออโต้ในอดีต

อย่างที่เคยบอกว่า ยิ่งเป็นเกียร์ CVT ในรถที่มีเครื่องยนต์เล็กๆ ก็ต้องเผื่อระยะแซงกันมากหน่อย สำหรับตำแหน่งเกียร์ต่ำหรือเกียร์ L ห้ามโยกคันเกียร์ลงไปยังตำแหน่งนั้นเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วเกินกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากไม่มีระบบป้องกันความเร็วไม่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนเกียร์ อาจทำให้เกียร์สึกหรอหรือได้รับความเสียหายได้.

ผู้เขียน : อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ภาพ : Jutaphun Sooksamphun 

Let's block ads! (Why?)


September 25, 2020 at 10:00AM
https://ift.tt/3cwae6b

เกียร์อัตโนมัติ ความสบายที่ต้องใช้ให้เป็น อ่าน วิธีขับรถเกียร์ออโต้เพื่อแซงรถช้า - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Wednesday, September 23, 2020

กรุงไทยพร้อมสอบธุรกรรมต้องสงสัย - ไทยรัฐ

apakabarharus.blogspot.com

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัยว่า ปัจจุบันธนาคารอยู่ระหว่างการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล และตอนนี้ธนาคารยังไม่ได้รับเอกสารจากทางการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบถามถึงธุรกรรม หรือรายการโอนที่เกิดขึ้น โดยธนาคารพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบธุรกรรมดังกล่าว

“ไม่ทราบที่มาที่ไปของแหล่งข้อมูล โดยตอนนี้ต้องตรวจสอบ และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตลอดเวลา”

ด้านนายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธปท.กล่าวว่า กรณีมีข่าวสถาบันการเงินของไทย 4 แห่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัย โดยใช้ข้อมูลจากรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่รั่วไหลจากหน่วยงานเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐอเมริกา (FinCEN) นั้น ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯมีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อ FinCEN เป็นปกติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอยู่แล้ว และไม่ได้หมายความว่าธุรกรรมที่ถูกรายงานจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเสมอไป เรื่องนี้จึงขอให้รอการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

“ในช่วงที่ผ่านมา ธปท.ได้มีแนวทางการกำกับดูแลและตรวจสอบสถาบันการเงิน ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความรู้จักตัวตนลูกค้า การตรวจสอบและการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ที่ ปปง. กำหนดอย่างเคร่งครัด โดย ธปท. และ ปปง.ประสานงานกันเพื่อกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด”.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 24, 2020 at 08:04AM
https://ift.tt/3crqeXd

กรุงไทยพร้อมสอบธุรกรรมต้องสงสัย - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

"พาวเวล"ย้ำเฟด-คองเกรสต้องร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ - อาร์วายที9

apakabarharus.blogspot.com

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เข้าแถลงต่อคณะอนุกรรมการว่าด้วยวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ในสภาคองเกรสวันนี้ หลังจากที่เขาได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้เกี่ยวกับการดำเนินการของเฟดในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นายพาวเวลกล่าวในวันนี้ว่า เฟดและสภาคองเกรสจะต้องร่วมมือกันในการฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ

นายพาวเวลยังระบุว่า ถึงแม้เศรษฐกิจได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกมาก เนื่องจากชาวอเมริกันจำนวนหลายล้านคนยังคงตกงาน

นอกจากนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดไม่มีแผนที่จะปรับเงื่อนไขการกู้เงินในโครงการ Main Street Lending Program เพื่อดึงดูดภาคธุรกิจ แม้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าภาคธุรกิจให้ความสนใจกู้เงินไม่มากนักในโครงการดังกล่าว

ส่วนในการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่

"มีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่ทั้งตัวเลขการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และทิศทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้ายังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก" นายพาวเวลกล่าว

นายพาวเวลยังระบุว่า เฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในขณะนี้ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน นายพาวเวลได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้นโยบายทั้งในด้านการเงินและการคลัง เพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาว


Let's block ads! (Why?)


September 24, 2020 at 01:07AM
https://ift.tt/2Hl2JmY

"พาวเวล"ย้ำเฟด-คองเกรสต้องร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ - อาร์วายที9
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Monday, September 21, 2020

“ต้องจุกๆ” - ไทยรัฐ

apakabarharus.blogspot.com

ท่านผู้อ่านโปรดแซ่บ!! “บอสเอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส” เต๊อะ–วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ รับคำเชิญจากปอร์เช่ เยอรมัน ให้ลงแข่ง มาราธอนระดับโลก “24 H DE LE MANS 2020” ที่ฝรั่งเศส วันก่อน โดย “บอสเต๊อะ” ต้องผลัดกันซิ่งกับทีมฝรั่งอีก 2 คน เพื่อขับเคี่ยวกับทีมอื่นอีก 50 ทีมจากทั่วโลก ทำเอาท่านประธานใหญ่ “ป่ะป๊าอนุศักดิ์” ลุ้นสุดตัวอยู่ทางเมืองไทยตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะตอนฝรั่งร่วมทีมพลาดชนขอบสนามต้องเอารถเข้าซ่อม แต่สุดท้ายบอสเต๊อะยังคว้าที่ 10 จาก 50 อันดับมาให้ AAS ชื่นใจจนได้ค่ะ ..คุณขา

“เท่มั่กๆ”
“เท่มั่กๆ”
“เลขสวย 99”
“เลขสวย 99”

สิ้นปีต้อง โบนัสหนักๆ จุกๆ นะคะ ท่านประธาน !! คิกๆ.

คุณหลี

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 22, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/3iTOrYj

“ต้องจุกๆ” - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

แนวทางประเมินสภาพคล่องธุรกิจ SMEs เพื่อ "เราต้องรอด" (จบ) - ประชาชาติธุรกิจ

apakabarharus.blogspot.com
เดินหน้า
คอลัมน์ SMART SMEs
TMB Analytics

จากการที่แนวโน้มปีนี้ที่เศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อหดหาย ธุรกิจต่าง ๆ ล้วนมีรายได้ลดน้อยลงเป็นส่วนใหญ่ ธุรกิจต่างต้องปรับตัวในยุค new normal ยิ่งทำให้การดูแลสภาพคล่องของธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้สามารถประคองธุรกิจต่อไปได้ อาจจำเป็นต้องพิจารณาทางเลือก “มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ” เพื่อช่วยบรรเทา ช่วยพยุงหรือช่วยเสริมสภาพคล่องได้อีกทางหนึ่ง

จากข้อมูลของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในช่วงเดือน ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา พบว่าผู้ประกอบการ SMEs มากถึง 78.9% ต้องการให้รัฐขยายระยะเวลามาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ในขณะที่ 59.6% ต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งเมื่อดูจากเสียงสะท้อนของ SMEs และการสนับสนุนของภาครัฐ TMB Analytics ได้สรุปประเด็นและวิเคราะห์นโยบายที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ประกอบการ SMEs ดังนี้

1.มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ประเมินแล้วว่าการทำธุรกิจยังมีปัญหาหลังจากประเมินข้อ 1 และ 2 แล้ว จำเป็นต้องปรึกษากับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน เพื่อช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับกระแสเงินสดของธุรกิจและแนวโน้มธุรกิจในช่วงต่อ ๆ ไป

2.มาตรการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (soft loan) เป็นนโยบายที่สามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้อย่างดีในกรณีที่ธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs มีแผนจะใช้เงินทุน เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนหรือขยายกิจการ ไม่ควรรอให้ธุรกิจเข้าสู่สภาพวิกฤตแบบจวนตัวแล้วค่อยยื่นขอสินเชื่อ เพราะจะทำให้ขอสินเชื่อได้ยากขึ้น มีทางเลือกน้อยลงและถูกกดดันด้วยกรอบของเวลา ซึ่งหากผู้ประกอบการ SMEs วิเคราะห์สถานะงบการเงินของตัวเองแล้วมีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม ก็ควรวางแผนขอสินเชื่อตั้งแต่ตอนที่สถานการณ์ยังคงดีอยู่ และอยู่ในช่วงที่มีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยโดยปกติ (2% ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยช่วง 6 เดือนแรก)

3.มาตรการลดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (credit term) สำหรับการซื้อ-ขายระหว่างภาคธุรกิจ ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการ SMEs มีอำนาจต่อรองระยะเวลาการชำระสินเชื่อการค้า ต่ำกว่าผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ และระยะเวลา credit term ของภาคธุรกิจในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

โดยในปี 2563 ระยะเวลา credit term ที่ SMEs ได้รับจากคู่ค้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มาอยู่ที่ 60 วันโดยเฉลี่ย และในบางธุรกิจขยายไปสูงถึง 120 วัน ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เช่น สิงคโปร์ 29 วัน อินโดนีเซีย 34 วัน และไต้หวัน 45 วัน เป็นต้น

ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ทำธุรกิจหรือเป็นคู่ค้า ให้กับธุรกิจขนาดใหญ่มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากมักจะถูกขยายระยะเวลา credit term ให้ยาวนานขึ้นผ่านการใช้อำนาจการต่อรองที่เหนือกว่า

ซึ่งในปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังดำเนินการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลา credit term โดยลูกหนี้การค้าจะต้องชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าภายในระยะเวลา 30-45 วัน ซึ่งจะทำให้บริษัทรายใหญ่จ่ายสินเชื่อการค้าให้กับผู้ประกอบการ SMEs เร็วขึ้นทำให้ SMEs ได้รับอานิสงส์จากการที่จะได้กระแสเงินสดหรือสภาพคล่องเข้ามาเร็วขึ้นกว่าเดิม

4.มาตรการการจ้างงานสำหรับเด็กจบใหม่ จำนวน 2.6 แสนคน รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบให้กับผู้ประกอบการ SMEs 50% โดยผู้ประกอบการ SMEs สามารถจ้างผู้ที่จบการศึกษาในปี 2562-2563 ระยะเวลาในการจ้าง 12 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2563 ซึ่งมีข้อกำหนดคือปริญญาตรีจ่ายเงินสมทบไม่เกิน 7,500 บาท, ปวส.จ่ายไม่เกิน 5,550 บาท, ปวช.ไม่เกิน 4,700 บาท ซึ่งหากธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs มีความจำเป็น หรือต้องการจ้างงานทดแทน หรือเพิ่มเติม นโยบายนี้จะช่วยสามารถลดต้นทุนด้านบุคลากร และเป็นผลดีต่อสภาพคล่องของธุรกิจได้ระดับหนึ่ง

5.มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติมด้วยวิธีการรวมหนี้ (debt consolidation) แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยผู้ประกอบการ SMEs โดยตรง แต่ก็สามารถช่วยกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย ๆ ที่เป็นภาระหนี้ส่วนบุคคลได้ คือ การให้ลูกหนี้นำหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อเช่าซื้อ เช่น รถยนต์ แต่ต้องเป็นเจ้าหนี้ในธนาคารเดียวกัน หรือเจ้าหนี้ในเครือ มาปรับโครงสร้างหนี้รวมกับสินเชื่อบ้านได้ เพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกันสินเชื่อบ้านที่เหลืออยู่ ซึ่งช่วยให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลงได้

หากท่านผู้ประกอบการ SMEs สามารถวางแผนการบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม ประกอบกับการสนับสนุนช่วยเหลือของรัฐผ่านมาตรการต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสดีที่จะช่วยผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถประคองธุรกิจและเสริมความพร้อมที่จะเติบโตธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19 บรรเทาลง ซึ่งไม่ว่าผู้ประกอบการ SMEs จะดำเนินธุรกิจการค้าอะไร การประเมินสภาพคล่องให้สอดคล้องกับภาวะธุรกิจเพื่อนำไปวางกลยุทธ์การปรับตัวจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ และสร้างแต้มต่อให้กับธุรกิจได้ เพื่อ “เราต้องรอด”

Let's block ads! (Why?)


September 22, 2020 at 08:03AM
https://ift.tt/3cl92CH

แนวทางประเมินสภาพคล่องธุรกิจ SMEs เพื่อ "เราต้องรอด" (จบ) - ประชาชาติธุรกิจ
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Sunday, September 20, 2020

'หญิงหน่อย'โวยผู้นำต้องรับผิดชอบ! โครงการบัตรทองเหลว ทำคนเดือดร้อนถ้วนหน้า - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

apakabarharus.blogspot.com

วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563, 10.25 น.

วันที่ 21 กันยายน 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ระบุข้อความว่า...#โกงบัตรทอง
ทำให้โครงการ ”หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า”กลายเป็น “ความเดือดร้อนถ้วนหน้า”ของประชาชนกว่า 800,000 คนในกรุงเทพ

เมื่อเริ่มก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ดร.ทักษิณ ชินวัตร และคณะซึ่งรวมถึงดิฉันด้วย ได้เดินทางไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ปัญหาที่เราได้พบในทุกแห่ง ที่เราเยี่ยมคือ ความทุกข์จากความเจ็บป่วยแล้วไม่มีเงินมารักษาตัวเอง หรือพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เราได้พบผู้สูงอายุจำนวนมากที่ป่วยหนักอยู่ที่บ้าน เมื่อเราถามว่าทำไมไม่ไปรักษาตัว คำตอบที่ได้คือไม่มีเงินไปรักษา เพราะถ้าจะไปรักษาที่รพ. ลูกหลานก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามารักษา สงสารลูกหลานที่จะต้องเป็นหนี้
อายุมากแล้วยอมตายไปดีกว่า

เราสะเทือนใจทุกครั้งที่ได้ฟังคำตอบเช่นนี้ และเกิดคำถามในใจว่าทำไม “คนจนที่เจ็บไข้ได้ป่วย จึงต้องนอนรอความตายเท่านั่น” ทั้งที่เขาก็เป็นคนเหมือนกัน แต่ทำไมโอกาสในการรักษาชีวิตจึงแตกต่างกันระหว่างคนรวย และคนจน

ดังนั้นเมื่อ นพ.สงวน นิตยารัมพงศ์ ได้นำหลักการการประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาเสนอแก่ ดร. ทักษิณ ท่านจึงให้ความสนใจศึกษาข้อมูล,ความเป็นไปได้อย่างจริงจัง และตัดสินใจผลักดันจนเป็นนโยบายที่พรรคไทยรักไทยได้ประกาศให้คำมั่นสัญญาในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ว่าหากไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาล เราจะทำโครงการ #30บาทรักษาทุกโรค ทันที

เมื่อเราชนะการเลือกตั้ง ดร.ทักษิณ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกหรือนโยบายแรกที่สั่งให้ลงมือทำทันที คือ”โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค” เพื่อให้สิทธิประชาชนในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพอย่าง ”ทัดเทียม”และ”ทั่วถึง” ทุกคน
ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะเป็นคนรวยหรือคนจนก็ตาม

และดิฉันก็โชคดีที่นายกทักษิณได้ให้ความไว้วางใจมอบหมายให้เป็นผู้ทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ดิฉันยังจำคำพูดของท่านได้อย่างแม่นยำในวันที่ท่านมอบให้ดิฉันรับผิดชอบโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ท่านพูดว่า “รู้ว่าโครงการนี้ทำยาก แต่อยากให้เสียสละทุ่มเททำให้สำเร็จ เพราะโครงการนี้จะช่วยชีวิตคนไทยทั่วประเทศ จะช่วยทำให้สุขภาพคนไทยได้ดีขึ้น จะช่วยลดภาระหนี้สินให้คนจน และที่สำคัญจะช่วยลดความเหลื่อมลำ้ให้สังคมไทย”

ด้วยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และเก่งการบริการเศรษฐกิจอย่างนายกทักษิณ และด้วยความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
จึงได้เริ่มต้นได้เมื่อ 19 ปีที่แล้ว

และถือเป็นโครงการที่ได้ช่วยพี่น้องชาวไทยเป็นจำนวนมากให้มีโอกาสรอดชีวิตจากการเจ็บป่วย ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพทัดเทียมกัน

แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผู้นำทางการเมืองในช่วงหลัง ไม่มีความเข้าใจในหลักการของโครงการอย่างแท้จริง จึงทำให้ระบบการบริหารจัดการล้มเหลว กลับไปรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง แทนที่จะกระจายอำนาจ และกระจายงบประมาณไปยังรพ.โดยตรง จนทำให้เกิดปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ ทั้งที่ใช้งบประมาณมากขึ้น

แต่คุณภาพการรักษาพยาบาลตกต่ำลง และในที่สุดปล่อยให้มีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร ในหลายระดับ
ต่อเนื่องมาหลายปี

ที่สส. ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล เป็นเพียงปลายทาง

ซึ่งพวกเราจะไม่ปล่อยให้มีการหาผลประโยชน์บนความเป็นความตาย และบนชีวิตของประชาชนอีกต่อไป

ผู้นำต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ทำให้โครงการ #บัตรทอง เกิดความล้มเหลวอย่างในปัจจุบัน จนทำให้ทั้งผู้ให้บริการคือแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องมีความทุกข์และประสบปัญหาในการให้บริการ และทำให้ประชาชนผู้รับบริการไม่ได้รับบริการที่ได้คุณภาพที่ดีพอ

แต่ที่จำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ คือการแก้ไขปัญหาผลพวงจากการปล่อยประละเลยให้มีการทุจริต จนทำให้ประชาชนกว่า 800,000 คนในกรุงเทพต้องประสบปัญหา ไม่มีที่รักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรัง ที่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องกำลังเผชิญกับปัญหา อย่างหนัก ทั้งการไม่มีสถานพยาบาลรองรับ หรือให้ย้ายไปใช้ โรงพยาบาลของรัฐ
ที่มีความแออัดอยู่แล้ว ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่ได้รับการรักษาได้ทันท่วงทีหรือต้องรอคิวเป็นเวลานาน

การแก้ปัญหาแบบไม่รับผิดชอบโดยไม่มีแผนรองรับได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนกว่า 800,000 คนในกรุงเทพ และได้สร้างปัญหาให้กับรพ. และแพทย์พยาบาลที่ต้องรองรับผู้ป่วยที่ถูกโอนย้ายมา จนที่เกินกว่าศักยภาพของโรงพยาบาลจะรับได้

เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 10:25AM
https://ift.tt/32OqlZK

'หญิงหน่อย'โวยผู้นำต้องรับผิดชอบ! โครงการบัตรทองเหลว ทำคนเดือดร้อนถ้วนหน้า - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

เซเลบฯ เมืองอุดรตัดแว่นทั้งที...ต้องไม่ธรรมดา - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

apakabarharus.blogspot.com

วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็น Top Spender ที่เหล่าไฮแบรนด์ต้องใส่ชื่อไว้ในลิสต์ และถ้าใครอยากรู้ว่าแบรนด์ไหนดี ร้านไหนเด่น ของไหนดัง ไม่ต้องไปถามกูเกิ้ล เพราะตัวจริงเรื่องเฟ้นหาของคุณภาพดีต้องยกให้คนนี้ หนิง-ศุภวพร ชัยรัตน์ เซเลบริตี้แถวหน้า
แห่งเมืองอุดรฯ ล่าสุดกับภารกิจตัดแว่นเพื่อฉลองวันเกิดให้ตัวเอง ซึ่งของแบบนี้ก็ต้องไม่ธรรมดา เพราะสวมวิญญาณโคนัน สืบหาร้านแว่นที่เป็น Hidden Gem จนมาจบที่ ร้านโอคูระ (Occura) ว่าแล้วก็โทร.เข้าร้านเพื่อบุ๊คคิวการตัดแว่นสายตา ราคาแว่วมาว่า 6 หลักเบาๆความพิเศษเลเวลนี้ก็แค่สั่งตัดCustom-made lens จากนิคอนประเทศญี่ปุ่น ปังสุดๆ ตรงที่วัดสายตาที่ไทย แต่เลนส์อิมพอร์ตมาจากประเทศแม่ บอกเลยว่างานนี้หนิง-ศุภวพร เมื่อเจอแว่นสายตาใหม่ถึงกับปลื้ม ภาพชัด ถูกใจ จนต้องบ๊ายบายจากคอนแทคเลนส์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมร้านโอคูระ (OCCURA) คลิกที่ เว็บไซต์ https://ift.tt/3mGwyyL Page https://web.facebook.com/occuravision เลนส์แว่นตา Nikon Website https://ift.tt/3mEi6aj Page https://ift.tt/32NVX1l

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 06:00AM
https://ift.tt/3coYLp2

เซเลบฯ เมืองอุดรตัดแว่นทั้งที...ต้องไม่ธรรมดา - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

สรรพากรดิจิทัล ไม่ต้องใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลแล้ว - โพสต์ทูเดย์

apakabarharus.blogspot.com

สรรพากรดิจิทัล ไม่ต้องใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลแล้ว

วันที่ 21 ก.ย. 2563 เวลา 08:52 น.

กรมสรรพากรก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลล้ำอีกขั้น ประกาศยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล

นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลและสำเนาเอกสารข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล ได้แก่ หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้ใช้หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จากการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแทนวิธีการให้ผู้ประกอบการต้องคัดเอกสารดังกล่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า การยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และสำเนาเอกสารข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นไปตามโครงการยกเลิกสำเนาเอกสาร (No Copy) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Transformation) นอกจากนั้นยังเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ และเดินหน้าเข้าสู่สรรพากร 4.0 อีกด้วย

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 09:02AM
https://ift.tt/2ZSaEyM

สรรพากรดิจิทัล ไม่ต้องใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลแล้ว - โพสต์ทูเดย์
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

'หญิงหน่อย' โวยโกงบัตรทอง! เดือดร้อนถ้วนหน้า ต้องแก้ไขเร่งด่วน - thebangkokinsight.com

apakabarharus.blogspot.com

โกงบัตรทอง “หญิงหน่อย” โวย! ประชาชนกว่า 8 แสนคนในกทม.เดือดร้อนถ้วนหน้า เซ็งคุณภาพการรักษาพยาบาลตกต่ำลง และปล่อยให้มีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร ลั่นต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุว่า #โกงบัตรทอง ทำให้โครงการ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” กลายเป็น “ความเดือดร้อนถ้วนหน้า” ของประชาชนกว่า 800,000 คนในกรุงเทพ

เมื่อเริ่มก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ดร.ทักษิณ ชินวัตร และคณะซึ่งรวมถึงดิฉันด้วย ได้เดินทางไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ปัญหาที่เราได้พบในทุกแห่ง ที่เราเยี่ยมคือ ความทุกข์จากความเจ็บป่วยแล้วไม่มีเงินมารักษาตัวเอง หรือพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เราได้พบผู้สูงอายุจำนวนมากที่ป่วยหนักอยู่ที่บ้าน เมื่อเราถามว่าทำไมไม่ไปรักษาตัว คำตอบที่ได้คือไม่มีเงินไปรักษา เพราะถ้าจะไปรักษาที่รพ. ลูกหลานก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามารักษา สงสารลูกหลานที่จะต้องเป็นหนี้ อายุมากแล้วยอมตายไปดีกว่า

เราสะเทือนใจทุกครั้ง ที่ได้ฟังคำตอบเช่นนี้ และเกิดคำถามในใจว่าทำไม “คนจนที่เจ็บไข้ได้ป่วย จึงต้องนอนรอความตายเท่านั้น” ทั้งที่เขาก็เป็นคนเหมือนกัน แต่ทำไมโอกาสในการรักษาชีวิตจึงแตกต่างกันระหว่างคนรวย และคนจน

ดังนั้นเมื่อ นพ.สงวน นิตยารัมพงศ์ ได้นำหลักการการประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาเสนอแก่ ดร. ทักษิณ ท่านจึงให้ความสนใจศึกษาข้อมูล, ความเป็นไปได้อย่างจริงจัง และตัดสินใจผลักดันจนเป็นนโยบายที่พรรคไทยรักไทยได้ประกาศให้คำมั่นสัญญาในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ว่าหากไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาล เราจะทำโครงการ #30บาทรักษาทุกโรค ทันที

เมื่อเราชนะการเลือกตั้ง ดร.ทักษิณ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกหรือนโยบายแรกที่สั่งให้ลงมือทำทันที คือ “โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค” เพื่อให้สิทธิประชาชนในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพอย่าง “ทัดเทียม” และ “ทั่วถึง” ทุกคน ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะเป็นคนรวยหรือคนจนก็ตาม

และดิฉันก็โชคดี ที่นายกทักษิณได้ให้ความไว้วางใจ มอบหมายให้เป็นผู้ทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ดิฉันยังจำคำพูดของท่านได้อย่างแม่นยำ ในวันที่ท่านมอบให้ดิฉันรับผิดชอบโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ท่านพูดว่า “รู้ว่าโครงการนี้ทำยาก แต่อยากให้เสียสละทุ่มเททำให้สำเร็จ เพราะโครงการนี้จะช่วยชีวิตคนไทยทั่วประเทศ จะช่วยทำให้สุขภาพคนไทยได้ดีขึ้น จะช่วยลดภาระหนี้สินให้คนจน และที่สำคัญจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำให้สังคมไทย”

ด้วยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และเก่งการบริการเศรษฐกิจอย่างนายกทักษิณ และด้วยความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จึงได้เริ่มต้นได้เมื่อ 19 ปีที่แล้ว

และถือเป็นโครงการที่ได้ช่วยพี่น้องชาวไทยเป็นจำนวนมากให้มีโอกาสรอดชีวิตจากการเจ็บป่วย ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพทัดเทียมกัน

แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผู้นำทางการเมืองในช่วงหลัง ไม่มีความเข้าใจในหลักการของโครงการอย่างแท้จริง จึงทำให้ระบบการบริหารจัดการล้มเหลว กลับไปรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง แทนที่จะกระจายอำนาจ และกระจายงบประมาณไปยังรพ.โดยตรง จนทำให้เกิดปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ ทั้งที่ใช้งบประมาณมากขึ้น

แต่คุณภาพการรักษาพยาบาลตกต่ำลง และในที่สุดปล่อยให้มีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร ในหลายระดับ ต่อเนื่องมาหลายปี

ที่ ส.ส. ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล เป็นเพียงปลายทาง

ซึ่งพวกเราจะไม่ปล่อยให้มีการหาผลประโยชน์บนความเป็นความตาย และบนชีวิตของประชาชนอีกต่อไป

ผู้นำต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ทำให้โครงการ #บัตรทอง เกิดความล้มเหลวอย่างในปัจจุบัน จนทำให้ทั้งผู้ให้บริการ คือ แพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ต้องมีความทุกข์และประสบปัญหาในการให้บริการ และทำให้ประชาชนผู้รับบริการไม่ได้รับบริการที่ได้คุณภาพที่ดีพอ

แต่ที่จำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การแก้ไขปัญหาผลพวงจากการปล่อยประละเลยให้มีการทุจริต จนทำให้ประชาชนกว่า 800,000 คนในกรุงเทพต้องประสบปัญหา ไม่มีที่รักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรัง ที่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องกำลังเผชิญกับปัญหา อย่างหนัก ทั้งการไม่มีสถานพยาบาลรองรับ หรือให้ย้ายไปใช้ โรงพยาบาลของรัฐ ที่มีความแออัดอยู่แล้ว ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่ได้รับการรักษาได้ทันท่วงทีหรือต้องรอคิวเป็นเวลานาน

การแก้ปัญหาแบบไม่รับผิดชอบ โดยไม่มีแผนรองรับได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนกว่า 800,000 คนในกรุงเทพ และได้สร้างปัญหาให้กับรพ. และแพทย์พยาบาลที่ต้องรองรับผู้ป่วยที่ถูกโอนย้ายมา จนที่เกินกว่าศักยภาพของโรงพยาบาลจะรับได้

เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 08:48AM
https://ift.tt/2HjRxHm

'หญิงหน่อย' โวยโกงบัตรทอง! เดือดร้อนถ้วนหน้า ต้องแก้ไขเร่งด่วน - thebangkokinsight.com
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

เจอจังๆ ชายต้องสงสัยขโมยรถ จยย. สาวใจเด็ดวิ่งไล่ตาม เผ่นหนีป่าราบ - ช่อง 7

apakabarharus.blogspot.com
ที่จังหวัดนครราชสีมา หญิงอายุ 21 ปี เจอชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ของเธอที่ถูกขโมยไป เธอและแฟนหนุ่มจึงขี่รถจักรยานยนต์สะกดรอยตาม กระทั่งสบโอกาส แฟนเลยใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของชายต้องสงสัยจนล้ม อีกฝ่ายปฏิเสธขโมยรถ จากนั้นก็วิ่งป่าราบ ทั้งหมดนี้มีคลิปวิดิโอบันทึกเป็นหลักฐาน

คลิปวิดีโอนี้ ถูกบันทึกโดย นางสาวบงกช ใบพิมาย อายุ 21 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์คันสีชมพู คันที่ล้มอยู่ โดยรถคันนี้ถูกขโมยไปเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากเธอประมาทเสียบกุญแจรถค้างไว้

จากนั้นเช้าวันที่ 19 กันยายน ระหว่างที่นางสาวบงกช นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของแฟนหนุ่มไปซื้อของที่ตลาด เห็นชายต้องสงสัยในคลิป สวมหมวกกันน็อกสีฟ้าของเธอ และขี่รถจักรยานยนต์ของเธอ สวนทางไปโดยมีถังก๊าซหุงต้ม ขนาด 15 กิโลกรัม บรรทุกมาด้วย จึงตามไปสอบถาม อีกฝ่ายอ้างว่านี่รถจักรยานยนต์เพื่อนผม แล้วพยายามจะบิดรถหนี

ระหว่างนั้นมีชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ชายคนร้ายก็อ้างว่าผมถูกทำร้าย ช่วยผมด้วย แล้วกระโดดขึ้นท้ายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวทันที กระทั่งเธอตะโกนบอกว่าขโมยรถ ขโมยรถ พลเมืองดีจึงหยุดรถ ส่วนคนร้ายก็วิ่งป่าราบ พร้อมพูดว่าผมไม่ได้ขโมย ผมไม่ได้ทำอะไร ก่อนหายตัวไป

ทั้งนี้ จากคำพูดของชายคนดังกล่าวที่บอกว่า ถังก๊าซหุงต้มผม ทำให้ผู้เสียหายสงสัยเพิ่มเติมว่า หรือถังก๊าซใบนี้ก็ถูกขโมยมาเช่นกัน นอกจากนี้ยังเจอโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง สงสัยอาจเป็นของผู้ก่อเหตุ จึงนำไปเป็นหลักฐานแจ้งความให้ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 09:04AM
https://ift.tt/2RNDgEA

เจอจังๆ ชายต้องสงสัยขโมยรถ จยย. สาวใจเด็ดวิ่งไล่ตาม เผ่นหนีป่าราบ - ช่อง 7
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

UKชักหนัก!เตือนอาจต้องล็อคดาวน์รอบ2 ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19วันเดียวอีกเป็นหมื่น - ผู้จัดการออนไลน์

apakabarharus.blogspot.com


แมตต์ แฮนค็อค รัฐมนตรีสาธารสุขแห่งสหราชอาณาจักรเตือนว่าประเทศของเขากำลังอยู่ในจุดที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และอาจถึงขั้นต้องล็อคดาวน์ประเทศรอบ 2 หากว่าประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆที่กำหนดออกมาเพื่อสกัดการแพร่ระบาด ขณะที่ฝรั่งเศส ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันกลับมาสูงลิ่วอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับเหนือกว่า 10,000 คนหลายวันแล้ว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ โดยรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 3,899 คนในวันอาทิตย์(20ก.ย.) และนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน เรียกร้องให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดยทันทีเพื่อปัองกันการแพร่ระบาดในเมืองหลวง

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เรียกมันว่าการแพร่ระบอกระลอกสอง และได้บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มข้นขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และคาดหมายว่าจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

"ประเทศกำลังเผชิญจุดที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและเรามีทางเลือก" แฮนค็อคบอกกับสกายนิวส์ "ทางเลือกคือทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือไม่เราก็จำเป็นต้องใช้มาตรการต่างๆเพิ่มเติม" ทั้งนี้ต่อมา แฮนค็อค ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี ยอมรับว่าการล็อกดาวน์ประเทศรอบ 2 คือทางเลือกที่เป็นไปได้ "ผมไม่ตัดความเป็นไปได้ แม้ผมไม่อยากเห็นมันเกิดขึ้น"

จอห์นสัน ประกาศปรับเงินสูงสุด 10,000 ปอนด์(ราว 400,000บาท) สำหรับบุคคลที่ละเมิดกฎระเบียบใหม่ที่บังคับกักกันโรคตนเอง หากว่าบุคคลเหล่านั้นไปสัมผัสกับคนอื่นๆที่ติดเชื้อโควิด-19

นอกเหนือจากการยกระดับความเข้มข้นในข้อห้ามการรวมตัวทางสังคมทั่วประเทศแล้ว หลายเมืองและหลายภูมิภาคในสหราชอาณาจักร ยังได้กำหนดมาตรการล็อกดาวน์ระดับท้องถิ่น รวมถึงออกข้อบังคับที่เข้มงวดกว่าที่อื่นๆ ในด้านการอนุญาตพบปะกัน ทั้งในแง่วันเวลา, สถานที่และจำนวนของผู้คนที่มารวมตัวกัน

ชาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีลอนดอน ต้องให้ลงมืออย่างรวดเร็วเพื่อสกัดไม่ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในเมืองหลวงของอังกฤษเลวร้ายไปมากกว่านี้ จากการเปิดเผยของทางโฆษกก่อนหน้าการประชุมในวันจันทร์(21ก.ย.) การพบปะหารือที่บรรดาเจ้าหน้าที่ของเมืองหลวงจะกำหนดคำแนะนำต่างๆด้านการสกัดโควิด-19 เพื่อขอความเห็นชอบจากในระดับรัฐมนตรีต่อไป

"ท่านนายกเทศมนตรีต้องการลงมืออย่างรวดเร็ว เราไม่สามารถเสี่ยงกับความล่าช้า อย่างที่เคยเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม" โฆษกระบุ "มันจะดีกว่ากับทั้งด้านสาธารณสุขและภาคธุรกิจ ในการลงมือตั้งแต่ต้นๆ ก่อนจะสายเกินไป"

อีกด้านหนึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของฝรั่งเศส รายงานพบผู้ติ้ดเชื้อโควิด-19ใหม่รายวัน 10,569 คนในวันอาทิตย์(20ก.ย.) แม้ลดลงจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด 13,498 คนเมื่อวันเสาร์(19ก.ย.) แต่ก็ถือว่าสูงลิ่วและเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล

จำนวนผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศสจากโควิด-19 เพิ่มขึ้น 12 คน ในช่วง 24 ชั่วโมง เป็น 31,585 คน จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเวลานี้อยู่ที่ 453,763 คน

นอกเหนือจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นับตั้งแต่มาตรการล็อกดาวน์สิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม บรรดานักระบาดวิทยาบอกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นยังเป็นผลจากการยกระดับการตรวจเชื้อที่เพิ่มขึ้น 6 เท่า โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ

(ที่มา:รอยเตอร์)

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 05:57AM
https://ift.tt/33M4Do9

UKชักหนัก!เตือนอาจต้องล็อคดาวน์รอบ2 ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19วันเดียวอีกเป็นหมื่น - ผู้จัดการออนไลน์
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

Friday, September 18, 2020

จัดตำรวจกว่า 1 หมื่นนาย ดูแลม็อบ กำชับต้องใช้ความอดทน - Sanook

apakabarharus.blogspot.com

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกำลังกว่า 1 หมื่นนายดูแลการชุมนุม กำชับใช้ความอดทน - ตั้ง 4 จุดตรวจโควิด รอบ ม.ธรรมศาสตร์

วันที่ 19 ก.ย. ที่ บช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร กรณีการชุมนุมเห็นต่างทางการเมือง

พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า ได้รับนโยบายโดยตรงจาก นายกรัฐมนตรี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติกับผู้ชุมนุมโดยละมุนละม่อม จะใช้หลักอดทนอัดกลั้นโดยไม่มีการใช้กำลังส่วนกรณีการเปลี่ยนแผนจากกรกฎ 52 เป็นแผนชุมนุม 63 ยืนยันว่าไม่ใช่แผนจัดการกับกลุ่มชุมนุม แต่เป็นการนำข้อผิดพลาดและบทเรียนเก่าๆ รวมถึงข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาถอดบทเรียน เพื่อปรับปรุงแผน ให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึง จุดคัดกรอง covid ในส่วน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประสานกับทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งจุดคัดกรองใหญ่ รวม 4 จุด โดย จุดที่ 1 และ 2 ที่ประตูทางเข้าของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดที่ 3 ประตูทางเข้าฝั่งถนนท่าพระจันทร์ และจุดที่ 4 ทางเข้าออกถนนพระอาทิตย์ โดยมีเจ้าหน้าที่จาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานคร และตำรวจ มาร่วมตรวจคัดกรอง

ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานวันนี้กว่า 1 หมื่นนาย ที่เน้นใช้กำลัง หน่วยควบคุมฝูงชน ฝ่ายสืบสวนหาข่าว และพนักงานสอบสวน ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้ ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขได้ เนื่องจาก สถานการณ์เรื่องของฝนตก อาจทำให้ตัวเลข ไม่นิ่ง

สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีหมายจับ อาทิ นายอานนท์ นำภา / นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ซึ่งจะขึ้นเวทีปราศรัย วันนี้ และรายอื่นอีกกว่า 30 คน ขอให้พึงระวังเรื่องการกระทำผิดกฎหมายซ้ำ และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งเรื่องของการใช้พื้นที่ชุมนุมแต่อย่างใด

ส่วนกรณีตำรวจ สภ.แม่ทา จังหวัดลำพูน ที่มีการสกัดกั้นกลุ่มบุคคล โดยเรียกตรวจบัตรประชาชน ยืนยันว่า เป็นด่านตรวจยาเสพติด ตามวงรอบ ไม่ใช่ด่านสกัดกั้น และกลุ่มบุคคลดังกล่าว เดินทางเข้ามาเพื่อเรียกร้องเรื่องการตั้งโรงงาน 500 คน โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุม

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยยึดหลักว่าอดกลั้นและดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนให้ดีที่สุด

Let's block ads! (Why?)


September 19, 2020 at 11:43AM
https://ift.tt/2RHYwfe

จัดตำรวจกว่า 1 หมื่นนาย ดูแลม็อบ กำชับต้องใช้ความอดทน - Sanook
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

'วรงค์-ไทยภักดี' จัดหนักแต่เช้า!ม็อบ 19 กันยาทำไมต้อง 2475 ลั่นนี่ประเทศไทยไม่ใช่ไทยซัมมิท - ไทยโพสต์

apakabarharus.blogspot.com

19 ก.ย.63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

ทำไมต้อง2475

แปลกไหมครับ ม็อบปลดแอกทำไมต้อง 2475 คนรุ่นนั้นไม่มีใครหลงเหลือแล้ว ยังพยายามขุดขึ้นมาบิดเบือน สิ่งนี้ทำให้ ประชาชนอยู่ดีกินดีหรือไม่?

แม้เวลาจะผ่าน 88 ปี แต่ก็ยังออกมาสร้างจินตนการ บิดเบือนความจริง อ้างชื่อคณะราษฎร แต่ราษฎรทั้งประเทศ ไม่รู้เรื่องต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น

ความจริงก็คือพวกอีลิทเด็กนอก ได้ทุนเล่าเรียนหลวงไปเรียนที่ฝรั่งเศส มักใหญ่ใฝ่สูง สมคบกับกองทัพในขณะนั้น อยากให้เป็นแบบฝรั่งเศส ปล้นพระราชอำนาจ แต่อ้างว่าปฏิวัติโดยราษฎร จบด้วยการแย่งชิงอำนาจกันเอง แค่นี้ก็บิดเบือนความจริงของประวัติศาสตร์

ถ้าไม่มีการปล้นพระราชอำนาจเสียก่อน ปล่อยให้เป็นไปตามแผน ที่ล้นเกล้ารัชการที่ 7 วางแผน เหมือนการเลิกทาส สมัยล้นเกล้ารัชการที่ 5 ระบอบประชาธิปไตยของชาติ น่าจะได้นักการเมืองที่ดีกว่านี้ กระดุมแห่งประชาธิปไตยเม็ดแรก กลัดผิดมา 88 ปี แทนที่จะแก้ไข วันนี้ยังขืนดื้อดึง

การรื้อฟื้นภารกิจ 2475ในวันนี้ ไม่เพียงแต่จะล้มล้างอำนาจรัฐ แต่หวังใหญ่กว่านั้นคือ ล้มล้างสถาบัน อยากจะมาเป็นประธานาธิบดีเสียเอง โดยไม่ตักน้ำใส่กะลา ดูเงาหัวตนเองเสียเลย แค่เงินเมย์เดย์ 3000 บาทถ้วนหน้า ยังโกหกไม่โปร่งใส มาก่อนได้ก่อนก็ยังไม่จริง ยังกล้ามาหลอกลวงประชาชนอีก

ในขณะที่รัฐบาล พวกโกงชาติโกงแผ่นดิน เช่นจำนำข้าว หลายแสนล้านบาท ต้องเอาเงินประชาชนมาใช้หนี้ปีละ 50,000 ล้านบาทนานถึง 16ปีกลับเงียบ

ใช้อำนาจแก้กฏหมาย ให้ต่างชาติถือหุ้นโทรคมนาคมจาก 25%มาเป็น 50% หลังกฏหมายมีผล ก็ขายหุ้นโดยไม่เสียภาษีสักบาท ทั้งๆที่เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ กลับไม่ว่า

ให้รัฐบาลพม่ากู้เงินชาติ ซื้อของตนเอง แต่เอาเงินประชาชนมาจ่ายสมทบค่าดอกเบี้ย ไปเจรจาการค้าตนเอง แต่อาประโยชน์ชาติไปแลกเปลี่ยน ให้เมียซื้อที่หลวงราคาถูก เอาวันที่ 31ธันวาเป็นวันทำงาน เผื่อโอนที่ไม่เสร็จ

จังหวัดไหนไม่เลือกไม่ดูแล แทรกแซงกกต.จนต้องติดคุก เอาถุงเงินไปให้ศาล แต่ศาลไม่รับ รวมทั้งออกกฏหมายล้างผิดเพื่อให้คนโกงกลับบ้านอย่างเท่ห์ๆ แต่ไม่พูดถึงสักคำ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ เท่ากับว่าได้รับการสถาปนาโดยประชาชน แต่อยากจะแก้โดยไม่เห็นหัวประชาชนแม้แต่น้อย

เท่ากับว่าคนพวกนี้ ตั้งใจไม่พูดถึงสิ่งเหล่านี้ กำลังสนับสนุนพวกปล้นชาติ โกงแผ่นดิน มีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อล้มล้างสถาบัน ครองอำนาจรัฐ โดยไม่สนใจความถูกต้อง เปรียบแล้วก็เหมือนลูกเศรษฐี ที่ได้รับการตามใจ อยากได้ของเล่น แต่ลืมคิดไปว่า นี่คือประเทศ ไม่ใช่บริษัทของแม่

ถึงเวลาแล้ว ถ้ายังดื้อดึง ที่อยากจะได้ ต้องออกมาเล่นเอง หยุดหลอกลวงลูกหลานประชาชนได้แล้ว เพราะนี่คือประเทศไทย ไม่ใช่ไทยซัมมิท จะได้รับรู้ว่า ประชาชนคนไทย นั้นรักและหวงแหนประเทศชาติขนาดไหน
#เลิกเป็นอีแอบได้แล้ว
#คนไทยจะไม่ยอมให้คนพวกนี้อยู่ประเทศไทย

Let's block ads! (Why?)


September 19, 2020 at 07:55AM
https://ift.tt/2FKMMpr

'วรงค์-ไทยภักดี' จัดหนักแต่เช้า!ม็อบ 19 กันยาทำไมต้อง 2475 ลั่นนี่ประเทศไทยไม่ใช่ไทยซัมมิท - ไทยโพสต์
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog

ไฟเขียว! ไทย-สิงคโปร์ เดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้ไม่ต้องโดนกักตัว 14 วัน - True ID - Travel

apakabarharus.blogspot.com

     รัฐบาลอังกฤษ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากไทยและสิงคโปร์ เดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 2 สัปดาห์ เริ่มเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้เป็นวันแรก

     รัฐบาลอังกฤษ แถลงว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากสิงคโปร์และไทย สามารถเข้าประเทศอังกฤษ และสกอตแลนด์ โดยไม่จำเป็นต้องกักตัวเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว นับจากเช้าวันเสาร์นี้เป็นต้นไป โดยอังกฤษเพิ่มชื่อทั้งสองประเทศนี้ในกลุ่มประเทศ “ระเบียงการเดินทาง” หรือ Travel Corridor แล้ว แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากสโลวีเนีย และกัวเดอลุป เกาะดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส จะต้องกักตัวเป็นเวลา 2 สัปดาห์

     นอกจากนี้ ทั้งสโลวีเนีย และกัวเดอลุป ยังถูกเวลส์ขึ้นป้ายต้องกักตัวด้วย ขณะที่ผู้ที่เดินทางจากยิบรอลตาร์ ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรและไทย ไม่ต้องกักตัว โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลบังคับใช้ในเวลา 04.00 น.ของเช้าวันเสาร์นี้ตามเวลาท้องถิ่น

     ขณะเดียวกัน โปรตุเกสก็ยังอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศต้องกักตัวเมื่อเดินทางเข้าอังกฤษ หลังจากผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวมีขึ้นขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 3,395 รายในวันพฤหัสบดี ขณะที่ ผู้เสียชีวิตภายใน 28 วันเพิ่มขึ้นอีก 21 ราย

อ้างอิง : https://www.tnnthailand.com/content/55350

====================

Let's block ads! (Why?)


September 19, 2020
https://ift.tt/3kukX3D

ไฟเขียว! ไทย-สิงคโปร์ เดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้ไม่ต้องโดนกักตัว 14 วัน - True ID - Travel
https://ift.tt/2WNXmBW
Home To Blog